Airflow เป็นเทคโนโลยีทำความสะอาดฟันที่ใช้แรงดันลม น้ำ และผงขัดละเอียดพ่นลงบนผิวฟันและซอกฟัน เพื่อขจัดคราบพลัคและคราบสีจากชา กาแฟ บุหรี่ และอาหารบางชนิดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือโลหะขูดผิวฟันตลอดเวลา จึงให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่าวิธีขัดฟันแบบเดิม แม้จะช่วยให้ฟันดูสะอาดและสว่างขึ้น แต่ Airflow ไม่ใช่การฟอกสีฟัน จึงควรทำควบคู่กับการดูแลช่องปากที่บ้านและตรวจสุขภาพฟันสม่ำเสมอเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนาน
Airflow คืออะไร ?
Airflow เป็นนวัตกรรมการทำความสะอาดฟัน โดยใช้ส่วนผสมของ อากาศ น้ำ และ ผงขัดพิเศษที่มีอนุภาคเล็ก เพื่อทำความสะอาดขจัดคราบพลัค คราบสี คราบสกปรก และหินปูนออกจากฟันอย่างอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพอย่างรวดเร็วจึงทำให้เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
ทำไมต้องเลือกเทคโนโลยี Airflow
ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของเทคโนโลยี Airflow คือความสามารถในการทำความสะอาดฟันของคุณอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือความรู้สึกไม่สบาย เทคโนโลยี Airflow ใช้การไหลของอากาศ น้ำ และ ผงทำความสะอาดที่นุ่มนวลละเอียด ซึ่งแตกต่างจากวิธีการทำความสะอาดแบบดั้งเดิมที่ใช้เครื่องมือเพื่อขจัดคราบพลัคและหินปูน
นอกจากนี้เทคโนโลยี Airflow ยังรวดเร็วกว่าวิธีการทำความสะอาดแบบเดิม จึงทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆสำหรับผู้ที่ต้องการไม่ใช้เวลานานในพบทันตแพทย์ แต่ประโยชน์ของเทคโนโลยี Airflow ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น Airflow ยังส่งผลทำให้ฟันขาวขึ้นและทำให้ฟันของคุณดูสดใสและสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเสียวฟัน เนื่องจากเป็นวิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกเสียวผิวฟัน
ความสำคัญของการทำความสะอาดฟันลึกด้วย Airflow
- คราบพลัคและคราบสีจากชา กาแฟ บุหรี่ จะสะสมบนผิวฟันและซอกฟัน ทำให้ฟันเหลืองหมอง มีกลิ่นปาก และเพิ่มความเสี่ยงฟันผุ–เหงือกอักเสบ
- Airflow ถูกพัฒนามาเพื่อช่วยทำความสะอาดฟันในจุดที่แปรงเข้าถึงยาก และขจัดคราบผิวฟันที่ขัดออกยากด้วยวิธีปกติ ให้ฟันดูสะอาดใสขึ้นโดยไม่ทำร้ายผิวฟันมาก
Airflow คืออะไร ทำงานยังไง
Airflow คืออะไร
- เป็นเทคโนโลยีทำความสะอาดและขัดฟันที่ใช้ส่วนผสมของลม น้ำ และผงขัดละเอียด (เช่น sodium bicarbonate หรือ glycine) พ่นด้วยแรงดันไปยังผิวฟัน
- ผงขัดจะช่วยสลายคราบพลัคและคราบสีบนผิวฟัน หน้า–หลังฟัน และบริเวณซอกฟัน ทำให้ฟันลื่นขึ้นและดูสว่างใสกว่าเดิม โดยไม่ต้องใช้หัวขัดหยาบ ๆ แบบเดิมตลอดเวลา
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกว่าขั้นตอนเบากว่าและสบายกว่าการขัดฟันด้วยยาขัดและหัวหมุนแบบดั้งเดิม เพราะไม่ต้องขูดผิวฟันด้วยเครื่องมือโลหะตลอดเวลา
Airflow ช่วยขจัดคราบฟันเหลือง คราบชา กาแฟ บุหรี่ได้อย่างไร
หลักการกำจัดคราบของ Airflow
- ละอองผงขัดที่ผสมกับลมและน้ำจะเข้าไปกระแทกและแตกตัวคราบสีที่เกาะบนผิวฟัน ช่วยให้คราบจากชา กาแฟ ไวน์ บุหรี่ และอาหารสีจัดหลุดออกได้ดี
- เหมาะสำหรับเคสที่มีคราบผิวฟันเยอะจากไลฟ์สไตล์ แต่โครงสร้างฟันเดิมยังดี ทำให้หลังทำฟันดูสะอาด สว่าง และภาพรวมของรอยยิ้มดูสดใสขึ้น
- อย่างไรก็ตาม Airflow เป็นการทำความสะอาดและขจัดคราบผิวฟัน ไม่ได้เปลี่ยนสีเนื้อฟันด้านใน จึงไม่ถือเป็นการฟอกสีฟัน
Airflow ต่างจากการขูดหินปูนและฟอกสีฟันยังไง
|
หัตถการ |
จุดประสงค์หลัก |
สิ่งที่จัดการ |
ความรู้สึกระหว่างทำโดยทั่วไป |
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด |
|
ขูดหินปูน (Scaling) |
ควบคุมโรคเหงือกและปริทันต์ |
หินปูนแข็งใต้เหงือกและคอฟัน |
อาจเสียว/ตึงบ้างในบางคน |
เหงือกสุขภาพดีขึ้น |
|
Airflow |
ทำความสะอาดผิวฟันและคราบสีบนฟัน |
คราบพลัค คราบชา กาแฟ บุหรี่ |
รู้สึกแรงลม ละอองน้ำ มักเจ็บน้อย |
ฟันลื่น ดูสะอาด สว่างขึ้นเล็กน้อย |
|
ฟอกสีฟัน |
เปลี่ยนสีเนื้อฟันจากด้านในให้ขาวขึ้นทั้งซี่ |
เม็ดสีในเนื้อฟัน |
อาจมีเสียวฟันชั่วคราว |
ฟันขาวขึ้นชัดเจนทั่วทั้งซี่ |
ใครเหมาะกับ Airflow และควรทำบ่อยแค่ไหน
กลุ่มที่เหมาะกับ Airflow
- คนที่ดื่มชา กาแฟ ไวน์ สูบบุหรี่ หรือมีคราบสีบนฟันง่ายจากอาหาร–เครื่องดื่ม
- คนที่จัดฟัน ฟันซ้อน ฟันคร่อม หรือมีเครื่องมือในปาก ทำให้แปรงฟันเข้าถึงยาก Airflow จะช่วยทำความสะอาดรอบ ๆ พวกเครื่องมือและเหล็กดัดได้ดี
- คนที่กังวลเรื่องความรู้สึกเจ็บหรือไม่ชอบเสียงเครื่องมือขูดหินปูน แต่อยากทำความสะอาดฟันอย่างล้ำลึก
ความถี่
หลายคลินิกแนะนำให้ทำความสะอาดฟัน + Airflow ทุก 6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับการสะสมคราบและความเสี่ยงของแต่ละคน เช่น คนดื่มชา/กาแฟจัดหรือสูบบุหรี่อาจต้องทำถี่ขึ้น
ข้อดี ข้อควรระวัง และการดูแลหลังทำ Airflow
- ฟันรู้สึกสะอาดลื่น คราบผิวฟันลดลง ใช้เวลาไม่นาน และโดยทั่วไปเจ็บน้อยกว่าวิธีดั้งเดิม
- เหมาะกับผู้มีฟันเสริม ครอบฟัน รากเทียม หรือเครื่องมือจัดฟัน เพราะผงละเอียดสามารถเข้าไปทำความสะอาดรอบ ๆ ได้ดี
ข้อควรระวังและการดูแล
- บางคนอาจมีอาการเสียวฟันเล็กน้อยหลังทำชั่วคราว โดยเฉพาะถ้ามีรากฟันโผล่หรือเคยเสียวฟันง่ายอยู่แล้ว
- หลังทำแนะนำเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มสีจัด (ชา กาแฟ น้ำอัดลมสีเข้ม ไวน์แดง) ชั่วคราว เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น
- ควรแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และทำความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้คราบสะสมกลับมาเร็ว
ถ้ารู้สึกว่าฟันเริ่มเหลือง หมอง มีคราบชา กาแฟ หรือบุหรี่เกาะจนไม่ค่อยกล้ายิ้มเต็มที่ ลองมาปรึกษาการทำความสะอาดฟันลึกด้วย Airflow หรือทางเลือกที่เหมาะกับสภาพฟันของคุณได้ที่ About Tooth Dental Clinic นะคะ ทีมทันตแพทย์ของเราพร้อมตรวจสุขภาพช่องปาก ประเมินปริมาณคราบและหินปูน และแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ฟันกลับมาดูสะอาดใส และยิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
สามารถนัดหมายเข้าพบทันตแพทย์เพื่อปรึกษา ประเมินสภาพช่องปากได้ที่คลินิกทันตกรรม About Tooth Dental เปิดให้บริการทั้งสาขาสยาม และสาขาปุณณวิถี เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้า BTS ทั้งสองแห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โทร 087-555-4665, 080-481-5555 หรือแอดไลน์มาคุยกับเราได้ที่ LINE OA : @abouttooth (มี @ ด้วย)
ข้อมูลอ้างอิง
- Revolutionizing Dental Cleanings: The Benefits of Airflow Technology . สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569. จาก https://newyorkgeneraldentistry.com/revolutionizing-dental-cleanings-the-benefits-of-airflow-technology/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Airflow (FAQs)
Q: Airflow เจ็บไหม?
A: ส่วนใหญ่จะรู้สึกแค่แรงลมและละอองน้ำปะทะฟัน อาจมีเสียวฟันเล็กน้อยในบางคน โดยเฉพาะบริเวณคอฟันสึกหรือรากฟันโผล่ แต่โดยรวมมักรู้สึกสบายกว่าการขูดหินปูนแบบดั้งเดิม
Q: Airflow ทำให้ฟันขาวเท่าฟอกสีฟันไหม?
A: ไม่เท่าฟอกสีฟันค่ะ Airflow เน้นขจัดคราบผิวฟันจากชา กาแฟ บุหรี่ และคราบพลัค ทำให้ฟันดูสะอาดและสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้เปลี่ยนสีเนื้อฟันด้านในเหมือนการฟอกสีฟัน
Q: ต้องขูดหินปูนก่อนทำ Airflow หรือไม่?
A: ส่วนมากทันตแพทย์จะแนะนำให้ขูดหินปูนและทำความสะอาดเหงือกก่อน แล้วใช้ Airflow ช่วยเก็บรายละเอียดคราบผิวฟันและคราบรอบ ๆ ซอกลึกหรือเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้ฟันและเหงือกสะอาดครบทั้งสองส่วน
Q: ควรทำ Airflow บ่อยแค่ไหน?
A: โดยทั่วไปมักแนะนำทุก 6–12 เดือน ขึ้นกับพฤติกรรมแต่ละคน เช่น ดื่มชา กาแฟ สูบบุหรี่บ่อย หรือมีคราบสะสมง่ายอาจเหมาะกับการทำถี่ขึ้น ควรให้ทันตแพทย์ช่วยประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ
Q: หลังทำ Airflow ต้องดูแลตัวเองยังไงบ้าง?
A: หลังทำทันตแพทย์มักให้เลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มสีจัดช่วงสั้น ๆ แปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และทำความสะอาดช่องปากสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมของคราบใหม่และช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

ทพญ. ณิศรา ธนฤกษ์ชัย ทันตแพทย์ด้านทันตกรรมรากฟันเทียม ทันตกรรมจัดฟัน และเฉพาะทางด้านวีเนียร์ สำเร็จการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การทำงานยาวนานและได้รับประกาศนียบัตรทันตกรรมในหลายสาขา ได้แก่ ทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง ทันตกรรมรากเทียม ทันตกรรมจัดฟันขั้นสูง ประกาศนียบัตรวีเนียร์ Bootcamp และ Masterclass ตลอดจนใบรับรองผู้ให้บริการจัดฟันแบบใส Invisalign ระดับ Platinum Provider 2021 และ Zenyum ระดับ Star tier 2023
ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง About Tooth Dental Clinic ซึ่งได้รับรางวัล World Class Award 2021 สาขา The Best of International Healthy Business ตลอดจนดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกของสมาคมทันตกรรมรากเทียมแห่งประเทศไทย (TADI)


