เหงือกร่นจนเห็นรากฟัน เกิดจากอะไร? อันตรายไหม และควรรักษาอย่างไร

gum-recession

เหงือกร่นจนเห็นรากฟัน คืออะไร? ทำไมฟันถึงดูยาวขึ้น

เหงือกร่น (Gum Recession) คือภาวะที่ขอบเหงือกเคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติไปทางรากฟัน ทำให้บริเวณรากฟันถูกเปิดเผยมากขึ้น บางคนอาจพบเฉพาะฟันหนึ่งซี่ ขณะที่บางคนอาจเกิดหลายตำแหน่งพร้อมกัน

สิ่งที่หลายคนสังเกตเห็นเป็นอันดับแรกคือ “ฟันดูยาวขึ้น” แต่จริง ๆ แล้วตัวฟันไม่ได้กำลังงอกหรือยาวขึ้น ส่วนที่มองเห็นเพิ่มคือพื้นผิวบริเวณรากฟัน เนื่องจากระดับขอบเหงือกถอยลงจากตำแหน่งเดิม

เมื่อรากฟันถูกเปิดเผยมากขึ้น อาจเกิดอาการเสียวฟันเวลาเจออาหารหรือเครื่องดื่มเย็น ร้อน หวาน หรือเปรี้ยว รวมถึงอาจรู้สึกเสียวขณะแปรงฟันได้ เพราะบริเวณรากฟันไม่ได้มีชั้นเคลือบฟันปกป้องเหมือนบริเวณตัวฟันส่วนบน

ดังนั้น หากรู้สึกว่า ฟันดูยาวขึ้นกว่าเดิม ไม่ได้หมายความว่าฟันกำลังงอก แต่อาจเป็นเพราะขอบเหงือกกำลังร่นลง

เหงือกร่นเกิดจากอะไร? 6 สาเหตุที่พบบ่อย

หลายคนเข้าใจว่าเหงือกร่นต้องเกิดจากการแปรงฟันแรง หรือเกิดเฉพาะกับคนที่ดูแลช่องปากไม่ดีเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว สาเหตุของเหงือกร่นมีได้หลายปัจจัย และบางคนอาจมีมากกว่าหนึ่งปัจจัยร่วมกัน

1. แปรงฟันแรงเกินไป

การออกแรงแปรงมากเกินไป หรือถูแปรงบริเวณคอฟันและขอบเหงือกแรง ๆ ซ้ำเป็นเวลานาน อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับการกระทบกระเทือน โดยเฉพาะในคนที่มีเนื้อเยื่อเหงือกค่อนข้างบาง

การแปรงฟันให้สะอาดจึงไม่ได้หมายความว่าต้องแปรงแรง ควรใช้แรงที่เหมาะสมและเลือกแปรงสีฟันขนนุ่ม

2. คราบพลัคและหินปูนสะสม

หากทำความสะอาดฟันไม่ทั่วถึง คราบจุลินทรีย์หรือคราบพลัคสามารถสะสมตามขอบเหงือก และเมื่อสะสมเป็นเวลานานอาจแข็งตัวเป็นหินปูน ส่งผลให้เนื้อเยื่อเหงือกเกิดการอักเสบ

หากการอักเสบลุกลามไปยังเนื้อเยื่อและกระดูกที่รองรับฟัน อาจสัมพันธ์กับการสูญเสียเนื้อเยื่อรอบฟันและการเกิดเหงือกร่นได้

3. โรคเหงือกและโรคปริทันต์

โรคปริทันต์เป็นภาวะการอักเสบที่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อและกระดูกที่ช่วยพยุงฟัน หากโรคดำเนินไปมากขึ้น อาจเกิดการสูญเสียกระดูกรอบฟัน เหงือกร่น ฟันโยก หรือการเคลื่อนตำแหน่งของฟันได้

ดังนั้น หากเหงือกร่นร่วมกับเลือดออกง่าย มีกลิ่นปาก ฟันโยก หรือช่องระหว่างฟันเปลี่ยนไป ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเหงือกเพิ่มเติม

4. ตำแหน่งหรือการเรียงตัวของฟัน

ฟันบางซี่อาจอยู่ในตำแหน่งเอียง หรืออยู่ในตำแหน่งที่มีกระดูกและเนื้อเยื่อเหงือกหุ้มค่อนข้างบาง ทำให้บริเวณนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดเหงือกร่นมากกว่าตำแหน่งอื่นในบางกรณี

5. ลักษณะเนื้อเยื่อเหงือกของแต่ละคน

แต่ละคนมีความหนาของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบฟันแตกต่างกัน ผู้ที่มีเนื้อเยื่อเหงือกบางอาจมีแนวโน้มเกิดเหงือกร่นได้ง่ายกว่าผู้ที่มีเนื้อเยื่อเหงือกหนา

6. การสูบบุหรี่และการบาดเจ็บบริเวณเหงือก

การสูบบุหรี่ การได้รับบาดเจ็บบริเวณเหงือก หรือพฤติกรรมที่ทำให้เนื้อเยื่อถูกกระทบซ้ำ ๆ อาจเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเหงือกและการเกิดเหงือกร่นได้เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ การรักษาเหงือกร่นจึงควรเริ่มจากการตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงก่อน ไม่ควรสรุปจากลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียว

เหงือกร่น กับ เหงือกอักเสบ เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน แต่สามารถเกี่ยวข้องกันได้

เหงือกอักเสบ (Gingivitis) มักมีอาการเหงือกแดง บวม หรือเลือดออกง่าย โดยมีคราบจุลินทรีย์บริเวณขอบเหงือกเป็นปัจจัยสำคัญ

ส่วน เหงือกร่น คือการที่ขอบเหงือกถอยลงจากตำแหน่งเดิม จนทำให้พื้นผิวรากฟันถูกเปิดเผยและฟันดูยาวขึ้น

หากการอักเสบลุกลามจนกลายเป็นโรคปริทันต์และเกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อหรือกระดูกที่รองรับฟัน อาจพบเหงือกร่นร่วมด้วยได้

อย่างไรก็ตาม คนที่มีเหงือกร่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีเหงือกอักเสบทุกคน เพราะเหงือกร่นสามารถเกิดจากปัจจัยอื่น เช่น การแปรงฟันแรง ตำแหน่งของฟัน หรือเนื้อเยื่อเหงือกที่บางได้เช่นกัน

หากมีอาการเหงือกแดง บวม หรือเลือดออกง่ายร่วมด้วย สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรคเหงือกอักเสบ สาเหตุ อาการ และการรักษา เพื่อทำความเข้าใจปัญหาสุขภาพเหงือกเพิ่มเติม

เช็กอาการแบบไหนที่อาจบอกว่าเหงือกกำลังร่น

อาการของเหงือกร่นในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน และบางคนอาจไม่มีอาการเจ็บเลย โดยสามารถสังเกตเบื้องต้นได้จากอาการต่อไปนี้

  • ฟันบางซี่ดูยาวกว่าซี่ข้างเคียง
  • เห็นบริเวณคอฟันหรือรากฟันมากขึ้น
  • ขอบเหงือกของฟันบางซี่อยู่ต่ำกว่าซี่อื่น
  • มีอาการเสียวฟันเมื่อรับประทานอาหารเย็น ร้อน หวาน หรือเปรี้ยว
  • เสียวบริเวณคอฟันขณะแปรงฟัน
  • รูปร่างหรือระดับของขอบเหงือกเปลี่ยนไป
  • ช่องระหว่างฟันดูเปลี่ยนไปจากเดิม

บางคนอาจไม่มีอาการเสียวฟันเลย และเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อฟันดูยาวขึ้นหรือระดับเหงือกสองข้างไม่เท่ากัน

หากมีอาการ เลือดออกจากเหงือก เหงือกแดงหรือบวม มีกลิ่นปาก ฟันโยก มีหนอง หรือฟันเริ่มห่างออกจากกัน ร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจมีปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์ร่วมด้วย

เหงือกร่นจนเห็นรากฟัน อันตรายไหม?

เหงือกร่นไม่ได้มีเพียงผลต่อความสวยงามหรือทำให้ฟันดูยาวขึ้นเท่านั้น เพราะเมื่อพื้นผิวบริเวณรากฟันถูกเปิดเผยมากขึ้น อาจเกิดปัญหาอื่นตามมาได้

เสียวฟันได้ง่ายขึ้น

พื้นผิวบริเวณรากฟันไม่มีชั้นเคลือบฟันปกป้องเหมือนตัวฟันส่วนบน จึงอาจไวต่อความเย็น ความร้อน ความหวาน และแรงกระตุ้นต่าง ๆ มากขึ้น

เพิ่มความเสี่ยงต่อรากฟันผุ

เมื่อรากฟันถูกเปิดเผย หากมีคราบพลัคสะสมและดูแลทำความสะอาดได้ไม่ดี อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดฟันผุบริเวณรากฟัน

กระทบต่อความสวยงามของรอยยิ้ม

เหงือกที่ร่นไม่เท่ากันอาจทำให้ฟันบางซี่ดูยาวกว่าซี่อื่น ส่งผลต่อสัดส่วนของฟันและเหงือกเมื่อยิ้ม

หากมีโรคปริทันต์ร่วมด้วย อาจกระทบต่อเนื้อเยื่อรองรับฟัน

หากเหงือกร่นเกิดร่วมกับโรคปริทันต์และไม่ได้รับการดูแล อาจมีการสูญเสียเนื้อเยื่อและกระดูกที่รองรับฟันเพิ่มขึ้น ในกรณีที่โรครุนแรงอาจทำให้ฟันโยกและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียฟัน

อย่างไรก็ตาม การเห็นรากฟันเพียงเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่าจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทันที ความรุนแรงและแนวทางรักษาของแต่ละคนแตกต่างกัน จึงควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมิน

เหงือกร่นแล้ว เหงือกสามารถกลับขึ้นมาเองได้ไหม?

โดยทั่วไป เนื้อเยื่อเหงือกที่ร่นและสูญเสียไปแล้วไม่สามารถงอกกลับขึ้นมาปกคลุมรากฟันได้เองเหมือนเดิม

แต่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก สามารถควบคุมปัจจัยที่ทำให้เหงือกร่นและช่วยลดโอกาสที่เหงือกจะร่นมากขึ้นได้ เช่น

  • ปรับวิธีแปรงฟัน
  • ลดแรงกดขณะแปรง
  • ควบคุมคราบพลัคและหินปูน
  • รักษาโรคเหงือกหรือโรคปริทันต์
  • ประเมินตำแหน่งและการเรียงตัวของฟัน
  • ตรวจติดตามระดับเหงือกเป็นระยะ

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ทำอย่างไรให้เหงือกกลับขึ้นมา?” แต่ควรเริ่มจากการตรวจว่า “เหงือกร่นเกิดจากอะไร?” เพื่อให้สามารถเลือกวิธีดูแลและรักษาได้ตรงกับสาเหตุ

เหงือกร่นรักษาอย่างไร? ต้องปลูกเหงือกทุกคนไหม?

ไม่ใช่คนที่มีเหงือกร่นทุกคนจะต้องปลูกเหงือก

แนวทางรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความรุนแรง อาการเสียวฟัน สุขภาพของเนื้อเยื่อรอบฟัน และปัจจัยอื่นของแต่ละคน

หากเกิดจากการแปรงฟันแรง

อาจเริ่มจากการปรับวิธีแปรงฟัน ลดแรงกด และเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม เพื่อไม่ให้ขอบเหงือกได้รับการกระทบกระเทือนเพิ่มเติม

หากมีคราบพลัค หินปูน หรือโรคเหงือกร่วมด้วย

จำเป็นต้องควบคุมการอักเสบและทำความสะอาดคราบที่สะสมรอบฟัน ทันตแพทย์อาจพิจารณาการขูดหินปูน หรือการเกลารากฟันตามระดับของโรค

หากมีอาการเสียวฟัน

อาจมีแนวทางช่วยลดอาการเสียว เช่น การใช้ยาสีฟันสำหรับอาการเสียวฟัน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์ หรือการรักษาทางทันตกรรมอื่นตามการประเมิน

หากตำแหน่งของฟันเกี่ยวข้องกับการเกิดเหงือกร่น

บางกรณีอาจต้องประเมินตำแหน่งของฟัน กระดูก และเนื้อเยื่อเหงือกร่วมกัน เพื่อพิจารณาแนวทางรักษาที่เหมาะสม

หากเหงือกร่นมากหรือมีข้อบ่งชี้เฉพาะ

ทันตแพทย์อาจพิจารณาการรักษาทางศัลยกรรมปริทันต์ เช่น การปลูกเหงือก (Gum Graft) หรือการปิดคลุมรากฟัน เพื่อเพิ่มเนื้อเยื่อบริเวณที่เหงือกร่น ลดการเปิดเผยของรากฟัน หรือลดอาการเสียวในกรณีที่เหมาะสม

การรักษาจึงต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ไม่ควรเลือกวิธีรักษาจากลักษณะของเหงือกร่นเพียงอย่างเดียว

gum-recession

เหงือกร่นแบบไหนควรพบทันตแพทย์?

ควรเข้ารับการตรวจหากเริ่มสังเกตว่า

  • ฟันดูยาวขึ้นจากเดิม
  • เห็นบริเวณรากฟันชัดขึ้น
  • เหงือกร่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
  • มีอาการเสียวบริเวณคอฟันหรือรากฟัน
  • เหงือกแดง บวม หรือมีเลือดออกง่าย
  • มีกลิ่นปากเรื้อรัง
  • ฟันเริ่มโยก
  • ช่องระหว่างฟันหรือแนวฟันเปลี่ยนไป

ทันตแพทย์สามารถตรวจระดับขอบเหงือก ประเมินสุขภาพของเนื้อเยื่อรอบฟัน และตรวจเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น เพื่อหาว่าเหงือกร่นเกิดจากพฤติกรรม โรคปริทันต์ ตำแหน่งฟัน หรือปัจจัยอื่น

ยิ่งทราบสาเหตุเร็ว ก็ยิ่งสามารถวางแผนดูแลได้ตรงกับปัญหามากขึ้น

ป้องกันเหงือกร่นไม่ให้เป็นมากขึ้นได้อย่างไร

การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสมช่วยลดปัจจัยที่ทำให้เหงือกร่นเพิ่มขึ้นได้ โดยควร

  • เลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม
  • แปรงฟันอย่างเบามือ ไม่ถูแรงบริเวณคอฟัน
  • แปรงฟันวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
  • ทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำ
  • ควบคุมคราบพลัคและหินปูน
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • เข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากตามคำแนะนำของทันตแพทย์

หากมีปัจจัยเฉพาะ เช่น เนื้อเยื่อเหงือกบาง ตำแหน่งฟันผิดปกติ หรือมีโรคปริทันต์อยู่แล้ว ควรตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินว่าเหงือกยังคงที่หรือมีแนวโน้มร่นเพิ่มขึ้น

เหงือกร่นสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การแปรงฟันแรง คราบพลัคและหินปูน โรคเหงือกและโรคปริทันต์ ตำแหน่งของฟัน การสูบบุหรี่ รวมถึงลักษณะเนื้อเยื่อเหงือกของแต่ละคน

หากเริ่มสังเกตว่า ฟันดูยาวขึ้น เหงือกร่นจนเห็นรากฟัน หรือมีอาการเสียวฟัน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุตั้งแต่ระยะแรก เพราะแนวทางดูแลและรักษาของแต่ละคนแตกต่างกัน และไม่ใช่ทุกกรณีที่จำเป็นต้องปลูกเหงือก

หากสังเกตว่าฟันเริ่มดูยาวขึ้น เหงือกร่นจนเห็นรากฟัน หรือมีอาการเสียวฟันร่วมด้วย สามารถเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์ที่ About Tooth Dental Clinic เพื่อตรวจสุขภาพเหงือก ประเมินระดับเหงือกร่น และตรวจว่ามีโรคเหงือก โรคปริทันต์ หรือปัจจัยอื่นร่วมด้วยหรือไม่ ก่อนวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

สามารถนัดหมายเข้าพบทันตแพทย์เพื่อปรึกษา ประเมินสภาพช่องปากได้ที่คลินิกทันตกรรม About Tooth Dental เปิดให้บริการทั้งสาขาสยาม และสาขาปุณณวิถี  เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้า BTS ทั้งสองแห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โทร 087-555-4665, 080-481-5555 หรือแอดไลน์มาคุยกับเราได้ที่ LINE OA : @abouttooth (มี @ ด้วย)

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Gum Recession. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569. จาก https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22753-gum-recession?utm_source=chatgpt.com 

Appointment-line

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเหงือกร่น (FAQ)

Q: เหงือกร่นเกิดจากอะไร?

เหงือกร่นสามารถเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การแปรงฟันแรง โรคปริทันต์ คราบพลัคและหินปูน ตำแหน่งของฟัน เนื้อเยื่อเหงือกที่บาง การสูบบุหรี่ หรือการได้รับบาดเจ็บบริเวณเหงือก

Q: เหงือกร่นสามารถกลับมาเหมือนเดิมเองได้ไหม?

โดยทั่วไปเนื้อเยื่อเหงือกที่ร่นและสูญเสียไปแล้วไม่สามารถงอกกลับขึ้นมาเองเหมือนเดิมได้ แต่สามารถรักษาสาเหตุและควบคุมปัจจัยเสี่ยงเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เหงือกร่นมากขึ้นได้

Q: เหงือกร่นต้องปลูกเหงือกทุกคนไหม?

ไม่จำเป็นทุกคน การปลูกเหงือกจะพิจารณาตามระดับเหงือกร่น ลักษณะของเนื้อเยื่อ อาการ ความเสี่ยงบริเวณรากฟัน และการประเมินของทันตแพทย์

Q: เหงือกร่นทำให้เสียวฟันได้ไหม?

ได้ เมื่อเหงือกร่นจนพื้นผิวรากฟันถูกเปิดเผย บริเวณดังกล่าวอาจไวต่ออาหารหรือเครื่องดื่มเย็น ร้อน หวาน หรือเปรี้ยว รวมถึงอาจเสียวขณะแปรงฟันได้

Q: เหงือกร่น กับ เหงือกอักเสบ ต่างกันอย่างไร?

เหงือกอักเสบมักมีอาการแดง บวม และเลือดออกง่าย ส่วนเหงือกร่นคือการที่ขอบเหงือกถอยลงจนเห็นพื้นผิวรากฟันมากขึ้น ทั้งสองภาวะอาจเกิดร่วมกันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนที่มีเหงือกร่นทุกคนจะมีเหงือกอักเสบ

Q: เหงือกร่นอันตรายถึงขั้นฟันหลุดไหม?

เหงือกร่นเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าฟันจะหลุด แต่หากมีโรคปริทันต์และมีการสูญเสียกระดูกที่รองรับฟันร่วมด้วย เมื่อโรครุนแรงขึ้นอาจทำให้ฟันโยกและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียฟันได้

Q: เหงือกร่นเล็กน้อยต้องรักษาไหม?

ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง บางกรณีอาจยังไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด แต่ควรเข้ารับการตรวจเพื่อดูว่าเหงือกร่นยังคงที่หรือมีแนวโน้มร่นเพิ่มขึ้น และควบคุมปัจจัยที่เป็นสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ

Q: เหงือกร่นจากการแปรงฟันแรง แก้ไขอย่างไร?

ควรปรับวิธีแปรงฟัน ลดแรงกด และเลือกใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม แต่หากเหงือกร่นไปแล้ว ควรให้ทันตแพทย์ตรวจระดับความรุนแรงและประเมินว่าจำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติมหรือไม่

Q: เหงือกร่นทำให้รากฟันผุได้ไหม?

ได้ เนื่องจากพื้นผิวรากฟันที่เปิดเผยไม่มีชั้นเคลือบฟันปกป้องเหมือนบริเวณตัวฟัน จึงอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดรากฟันผุมากขึ้น โดยเฉพาะหากมีคราบพลัคสะสมและทำความสะอาดบริเวณนั้นได้ไม่ดี

Q: เหงือกร่นสามารถเกิดแค่ซี่เดียวได้ไหม?

ได้ เหงือกร่นสามารถเกิดเพียงซี่เดียว หลายซี่ หรือหลายตำแหน่งในช่องปาก ขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น วิธีแปรงฟัน ตำแหน่งของฟัน หรือลักษณะเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น

Q: เหงือกร่นหลังจัดฟันเกิดขึ้นได้ไหม?

บางคนอาจพบเหงือกร่นระหว่างหรือหลังการจัดฟันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการจัดฟันจะทำให้เหงือกร่นในทุกคน ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ตำแหน่งฟันเดิม ลักษณะของกระดูก ความหนาของเหงือก และสุขภาพปริทันต์ จึงควรให้ทันตแพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

Q: เหงือกร่นควรใช้ยาสีฟันแบบไหน?

หากมีอาการเสียวฟัน อาจเลือกใช้ยาสีฟันที่ออกแบบมาสำหรับลดอาการเสียวฟันและมีฟลูออไรด์ แต่ยาสีฟันไม่สามารถทำให้เหงือกที่ร่นแล้วงอกกลับขึ้นมาได้ หากมีเหงือกร่นควรตรวจหาสาเหตุร่วมด้วย

Q: เหงือกร่นควรใช้แปรงสีฟันแบบไหน?

ควรเลือกแปรงสีฟันขนนุ่มและแปรงด้วยแรงที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการถูแรงบริเวณขอบเหงือกและคอฟัน เพราะการแปรงแรงซ้ำ ๆ อาจทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้รับการกระทบกระเทือนมากขึ้น

Q: เหงือกร่นควรพบทันตแพทย์เมื่อไหร่?

ควรเข้ารับการตรวจหากเริ่มเห็นรากฟัน ฟันดูยาวขึ้น เหงือกร่นมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการเสียวฟัน โดยเฉพาะหากมีเลือดออก เหงือกบวมแดง มีกลิ่นปาก หรือฟันโยกร่วมด้วย

ทพญ. ณิศรา ธนฤกษ์ชัย ทันตแพทย์ด้านทันตกรรมรากฟันเทียม ทันตกรรมจัดฟัน และเฉพาะทางด้านวีเนียร์ สำเร็จการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การทำงานยาวนานและได้รับประกาศนียบัตรทันตกรรมในหลายสาขา ได้แก่ ทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง ทันตกรรมรากเทียม ทันตกรรมจัดฟันขั้นสูง ประกาศนียบัตรวีเนียร์ Bootcamp และ Masterclass ตลอดจนใบรับรองผู้ให้บริการจัดฟันแบบใส Invisalign ระดับ Platinum Provider 2021 และ Zenyum ระดับ Star tier 2023

ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง About Tooth Dental Clinic ซึ่งได้รับรางวัล World Class Award 2021 สาขา The Best of International Healthy Business ตลอดจนดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกของสมาคมทันตกรรมรากเทียมแห่งประเทศไทย (TADI)