คราบหินปูนไม่ได้ดันให้ฟันโยกโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เหงือกอักเสบและลุกลามเป็นโรคปริทันต์ จนกระดูกและเอ็นรอบรากฟันถูกทำลาย ฟันจึงเริ่มโยกหรือฟันห่างได้หากปล่อยทิ้งไว้นาน การขูดหินปูนและรักษาเหงือกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นร่วมกับการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ ช่วยลดการสะสมของหินปูน ชะลอการสูญเสียกระดูก และลดความเสี่ยงที่ฟันจะหลวมลงหรือโยกในอนาคตได้มาก
Table of Contents
Toggleคราบหินปูนคืออะไร แตกต่างจากคราบพลัคยังไง
- คราบพลัค (plaque) คือคราบนิ่ม ๆ ของแบคทีเรียบนผิวฟัน หากไม่แปรงฟันหรือใช้ไหมขัดฟันให้สะอาด คราบนี้จะดูดแร่ธาตุจากน้ำลายแล้วแข็งตัวกลายเป็น “คราบหินปูน” (calculus/tartar) ที่แปรงเองเอาไม่ออก
- หินปูนมักเกาะตามขอบเหงือกและใต้เหงือก ทำให้ผิวบริเวณนั้นขรุขระ เป็นที่เกาะของคราบพลัคใหม่ได้ง่ายขึ้น กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียเรื้อรังที่กระตุ้นการอักเสบของเหงือกตลอดเวลา
กลไกจาก “หินปูนเกาะเหงือก” ไปสู่ “ฟันโยก–ฟันห่าง”
- ตัวหินปูนเองไม่ได้ “ดันฟันให้โยก” แต่แบคทีเรียและสารพิษจากคราบพลัคที่เกาะบนหินปูนจะทำให้เหงือกอักเสบ (gingivitis) เลือดออกง่าย ถ้าไม่ได้ขูดหินปูนและรักษา เหงือกอักเสบจะลุกลามเป็นโรคปริทันต์ (periodontitis)
- เมื่อโรคปริทันต์ลุกลาม กระดูกและเอ็นรอบรากฟันจะค่อย ๆ ถูกทำลาย เหงือกร่นลง ฟันจึงเริ่มโยก เคลื่อน หรือฟันห่างขึ้น เพราะ “โครงสร้างที่เคยพยุงฟัน” หายไป ฟันเลยไม่มีอะไรจับแน่นเหมือนเดิม
สัญญาณเตือนว่าเริ่มมีปัญหาเหงือก–กระดูก (ก่อนฟันจะโยกมาก)
- เหงือกบวมแดง เลือดออกง่ายเวลาแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน หรือกัดของแข็ง มีกลิ่นปากเรื้อรัง และเห็นคราบหินปูนเกาะตามคอฟันชัดเจน
- ฟันเริ่มรู้สึก “ไม่แน่น” เหมือนเดิม มีช่องว่างระหว่างฟันเพิ่มขึ้น เศษอาหารติดง่ายขึ้น โดยเฉพาะฟันหน้าที่เริ่มห่างหรือเอียงเล็กน้อย ถือเป็นสัญญาณว่าเนื้อเยื่อพยุงฟัน (เหงือก–กระดูก–เอ็น) เริ่มถูกทำลาย ควรรีบให้ทันตแพทย์ตรวจ ก่อนฟันโยกมากจนรักษายาก
ขูดหินปูน/เกลารากฟันช่วยอะไรบ้าง และควรทำบ่อยแค่ไหน
- การขูดหินปูนและเกลารากฟัน (scaling & root planing) เป็นการทำความสะอาดหินปูนและคราบพลัคที่เกาะทั้งเหนือ–ใต้เหงือก รวมถึงปรับผิวรากฟันให้เรียบ ลดที่เกาะของเชื้อแบคทีเรีย เป็นการรักษามาตรฐานของโรคเหงือกและโรคปริทันต์
- เมื่อเอาหินปูนและคราบลึก ๆ ออก เหงือกมักอักเสบน้อยลง เลือดออกลดลง และสามารถกลับมากระชับฟันได้ระดับหนึ่ง ทำให้ระดับการโยกของฟันหลายซี่ดีขึ้น ถ้าทำในระยะที่กระดูกยังเหลือมากพอ
- ความถี่ในการขูดหินปูนโดยทั่วไปมักอยู่ที่ทุก 6–12 เดือน ขึ้นกับปริมาณหินปูน การสูบบุหรี่ โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน และพฤติกรรมการดูแลช่องปากของแต่ละคน
ฟันโยกเพราะหินปูน รักษายังไงได้บ้าง
- ขั้นแรกคือการขูดหินปูนและเกลารากฟันทุกราย เพื่อหยุดกระบวนการอักเสบและลดเชื้อแบคทีเรีย ถ้าทำเร็วในระยะเหงือกอักเสบหรือปริทันต์ระยะแรก ฟันที่โยกเล็กน้อยหลายซี่สามารถกลับมาตึงขึ้นได้
- หากฟันโยกปานกลาง–มาก อาจต้องรักษาเพิ่มเติม เช่น ผ่าตัดเหงือก/ปริทันต์เพื่อล้างคราบลึก ดามฟัน (splinting) ให้หลายซี่ยึดกัน หรือใช้วิธีฟื้นฟูกระดูกในบางเคส
- ถ้ากระดูกและเอ็นถูกทำลายไปมากจนฟันโยกมากหรือมีการติดเชื้อซ้ำ แม้รักษาแล้วฟันยังไม่มั่นคงพอ บางซี่อาจจำเป็นต้องถอน และวางแผนทำฟันปลอม สะพานฟัน หรือรากเทียมแทน เพื่อลดการกระจายแรงไปฟันซี่อื่น
วิธีดูแลป้องกันไม่ให้คราบหินปูนกลับมาเยอะ
- แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันทุกวัน เพื่อเอาคราบพลัคออกก่อนที่จะแข็งตัวเป็นหินปูน และใช้ยาสีฟันมีฟลูออไรด์ร่วมด้วย
- เลี่ยงการสูบบุหรี่ ควบคุมน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน และพบทันตแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดโอกาสเกิดโรคปริทันต์ ฟันโยก และฟันห่างจากหินปูนสะสมเรื้อรัง
ถ้ารู้สึกว่ามีคราบหินปูนเกาะเยอะ เหงือกเริ่มบวมแดง เลือดออกง่าย หรือเริ่มรู้สึกว่าฟัน ‘ไม่แน่น’ เหมือนเดิม อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ลองเข้ามาตรวจสุขภาพเหงือกและขูดหินปูนกับทันตแพทย์ที่ About Tooth Dental Clinic ได้เลย ทีมของเราจะช่วยประเมินระดับโรคเหงือก แนะนำการรักษาที่เหมาะสม และวางแผนดูแลให้ฟันแข็งแรง เคี้ยวได้มั่นใจไปได้นานที่สุด
ข้อมูลอ้างอิง
- คราบหินปูนคืออะไร แตกต่างจากคราบพลัคยังไง. สืบค้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569. จาก https://calistogadentalgroup.com/understanding-tartar-silent-threat-to-dental-health/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคราบหินปูนและฟันโยก ? (FAQs)
Q: คราบหินปูนทำให้ฟันโยกจริงไหม?
A: หินปูนไม่ได้ดันให้ฟันโยกโดยตรง แต่เป็นที่เกาะของคราบพลัคและเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ลุกลาม เมื่อกระดูกและเอ็นรอบรากฟันถูกทำลายไปมาก ฟันจึงเริ่มโยก หลวม หรือฟันห่างได้
Q: ฟันโยกจากหินปูนยังรักษาให้แน่นขึ้นได้ไหม?
A: ถ้ากระดูกและเอ็นรอบรากฟันยังเหลืออยู่พอสมควร การขูดหินปูน เกลารากฟัน และรักษาเหงือกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดการอักเสบและทำให้เหงือกกลับมากระชับฟัน ระดับการโยกของฟันหลายซี่สามารถลดลงได้ แต่ถ้ากระดูกหายไปมาก ฟันโยกมาก อาจต้องมีการดามฟัน ผ่าตัดปริทันต์ หรือถอนในบางกรณี
Q: ฟันห่างขึ้นเกี่ยวกับหินปูนและโรคเหงือกไหม?
A: ฟันห่างขึ้นเฉียบพลัน โดยเฉพาะในคนที่เดิมฟันชิด แต่อยู่ ๆ มีช่องว่างเพิ่ม เศษอาหารติดง่าย มักเกี่ยวข้องกับโรคปริทันต์จากหินปูนและคราบพลัคสะสมที่ทำให้เหงือกและกระดูกถดถอย ฟันจึงมีพื้นที่ขยับออกจากกัน ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาก่อนฟันจะโยกมากขึ้น

ทพญ. ณิศรา ธนฤกษ์ชัย ทันตแพทย์ด้านทันตกรรมรากฟันเทียม ทันตกรรมจัดฟัน และเฉพาะทางด้านวีเนียร์ สำเร็จการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การทำงานยาวนานและได้รับประกาศนียบัตรทันตกรรมในหลายสาขา ได้แก่ ทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง ทันตกรรมรากเทียม ทันตกรรมจัดฟันขั้นสูง ประกาศนียบัตรวีเนียร์ Bootcamp และ Masterclass ตลอดจนใบรับรองผู้ให้บริการจัดฟันแบบใส Invisalign ระดับ Platinum Provider 2021 และ Zenyum ระดับ Star tier 2023
ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง About Tooth Dental Clinic ซึ่งได้รับรางวัล World Class Award 2021 สาขา The Best of International Healthy Business ตลอดจนดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกของสมาคมทันตกรรมรากเทียมแห่งประเทศไทย (TADI)

