4 ขั้นตอนต้องทำ หากรีเทนเนอร์หักระหว่างใช้งาน

ตัวอย่างรีเทนเนอร์หักตรงลวดที่ควรซ่อมแซมโดยด่วน

Table of Contents

Key takeaway 

รีเทนเนอร์ เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพยุงและล็อกฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่สวยงามหลังการจัดฟัน หากเกิดเหตุไม่คาดฝันจนรีเทนเนอร์แตก หัก หรือชำรุด สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องหยุดใช้งานทันทีและห้ามซ่อมแซมเองด้วยกาวหรือดัดลวดเด็ดขาด แต่ควรรีบติดต่อคลินิกทันตกรรมเพื่อประเมินความเสียหายหรือพิมพ์ปากทำชิ้นใหม่ พร้อมทั้งดูแลความสะอาดช่องปากอย่างเคร่งครัดระหว่างรอ นอกจากการแตกหักแล้ว ควรหมั่นสังเกตสภาพเครื่องมือ หากพบว่าหลวมหรือแน่นเกินไป มีรอยร้าวพลาสติกบางลง คราบหินปูนฝังแน่น หรือรูปทรงบิดเบี้ยว ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ควรเปลี่ยนชิ้นใหม่เช่นกัน ทั้งนี้ สามารถยืดอายุการใช้งานและป้องกันความเสียหายได้ด้วยการถอดและใส่อย่างถูกวิธีโดยใช้ปลายนิ้ว ทำความสะอาดด้วยสบู่อ่อน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนเด็ดขาด และเก็บใส่กล่องให้มิดชิดทุกครั้งที่ไม่ได้สวมใส่เพื่อป้องกันการตกหล่นหรือถูกทับจนเสียหาย

หลังจากใช้เวลากับการจัดฟันมานานหลายปี และการปรับเครื่องมืออย่างต่อเนื่องจนได้รอยยิ้มที่สวยงามตามต้องการ เครื่องมือชิ้นสำคัญที่สุดที่จะช่วยรักษารอยยิ้มนั้นให้อยู่คู่กับช่องปากตลอดไปก็คือ “รีเทนเนอร์” (Retainer) แต่ในชีวิตประจำวัน อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการเผลอนั่งทับ ทำตกหล่นขณะล้างทำความสะอาด หรือแม้กระทั่งการวางทิ้งไว้แล้วสัตว์เลี้ยงนำไปกัดเล่น อุบัติเหตุเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รีเทนเนอร์แตกหรือชำรุดเสียหายได้

เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ขึ้น ผู้ที่สวมใส่รีเทนเนอร์ส่วนใหญ่มักเกิดความวิตกกังวล ทำตัวไม่ถูก และเกิดคำถามตามมามากมาย เช่น รีเทนเนอร์หักแล้วใส่ต่อได้ไหม หรือจะซ่อมได้ไหม มาเจาะลึกหลักการทำงานทางการแพทย์ที่สำคัญของรีเทนเนอร์ พร้อมวิธีรับมือเมื่อรีเทนเนอร์หักทีละขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพช่องปากหลังการจัดฟันได้อย่างถูกต้อง เพิ่มความปลอดภัย และรักษาฟันให้เรียงสวยได้ยาวนาน

ความสำคัญของการใส่รีเทนเนอร์

ในทางทันตกรรม การจัดฟันคือการใช้แรงกดเพื่อเคลื่อนย้ายรากฟันผ่านกระดูกขากรรไกร เมื่อฟันเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องแล้ว กระดูกและเนื้อเยื่อรอบรากฟันจะต้องใช้เวลาในการสร้างเซลล์ใหม่และปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งใหม่ ซึ่งกระบวนการนี้ต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนาน

รีเทนเนอร์ จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนเฝือกที่คอยพยุงและล็อกฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่สวยงาม จนกว่ากระดูกและเนื้อเยื่อรอบรากฟันจะสร้างตัวอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ หากละเลยการใส่รีเทนเนอร์ ฟันอาจเคลื่อนกลับไปยังตำแหน่งเดิมก่อนการจัดฟัน หรืออาจเกิดการบิดซ้อนเกได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ หรือในบางรายที่มีสภาพเหงือกและกระดูกฟันตอบสนองไว อาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นฟันก็สามารถเคลื่อนตัวจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน ดังนั้น การใส่รีเทนเนอร์อย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของทันตแพทย์ จึงเป็นกฎเหล็กของการรักษาผลลัพธ์หลังจัดฟัน

รีเทนเนอร์แตก หัก หรือชำรุด ต้องทำอย่างไร ? 

เมื่อเกิดความเสียหายกับเครื่องมือ ไม่ว่าจะเป็นรอยร้าวเพียงเล็กน้อย รีเทนเนอร์หักตรงลวด หรือหักเป็นสองท่อน สามารถรับมืออย่างถูกวิธีได้ง่าย ๆ เพื่อป้องกันอันตรายต่อช่องปากและลดความเสี่ยงที่ฟันจะล้มเก ด้วย 4 ขั้นตอนนี้

ขั้นตอนที่ 1 หยุดใช้งานรีเทนเนอร์ชิ้นนั้นทันที

เมื่อพบความเสียหาย สิ่งแรกที่ต้องทำคือการถอดรีเทนเนอร์ออกและหยุดใช้งานทันที เพราะการฝืนใส่เครื่องมือที่ชำรุดจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากรีเทนเนอร์ที่เสียรูปทรงไปแล้วจะสร้างแรงกดที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ซึ่งอาจดันให้ฟันเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ผิดปกติได้ นอกจากนี้ ชิ้นส่วนของพลาสติกที่แตกหักมักมีความแหลมคม ซึ่งสามารถบาดเหงือก กระพุ้งแก้ม หรือเพดานปากจนเกิดแผลอักเสบติดเชื้อได้ และในกรณีที่ชำรุดรุนแรง ชิ้นส่วนขนาดเล็กอาจหลุดร่วงลงคอและเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้เช่นกัน

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบส่วนที่ชำรุดโดยห้ามซ่อมแซมเองเด็ดขาด

ให้ตรวจสอบสภาพของรีเทนเนอร์อย่างระมัดระวัง ว่าเป็นการร้าวที่ฐานพลาสติกอะคริลิก หรือเป็นกรณีรีเทนเนอร์หักตรงลวด และไม่ว่าความเสียหายจะอยู่ในรูปแบบใด การซ่อมแซมหรือทำรีเทนเนอร์ใหม่ต้องทำโดยทันตแพทย์เท่านั้น

ข้อควรระวังขั้นสูงสุดคือ ห้ามนำกาวทุกชนิดมาเชื่อมต่อรีเทนเนอร์ด้วยตนเองเด็ดขาด เพราะสารเคมีเหล่านี้มีสารพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงเมื่อสัมผัสกับเนื้อเยื่อในช่องปากหรือกลืนกินเข้าไป อีกทั้งยังไม่สามารถทำให้รีเทนเนอร์กลับมามีองศาที่แม่นยำเหมือนเดิมได้ หากลวดเสียทรงหรือมีรอยหัก การพยายามดัดลวดเองอาจทำให้ลวดทิ่มแทงเหงือก หรือสร้างแรงดึงที่ทำลายรากฟันได้

ขั้นตอนที่ 3 ติดต่อคลินิกทันตกรรมโดยเร็วที่สุด

เมื่อเครื่องมือชำรุด ควรรีบโทรศัพท์ติดต่อคลินิกทันตกรรมที่เข้ารับการรักษาอยู่ เพื่อทำการนัดหมายโดยด่วน ในวันที่เดินทางไปพบทันตแพทย์ ควรนำรีเทนเนอร์ชิ้นที่แตกหักทั้งหมดใส่กล่องไปให้ทันตแพทย์ประเมินด้วย กรณีที่เกิดรอยร้าวเพียงเล็กน้อย ทันตแพทย์อาจใช้วัสดุทางทันตกรรมเชื่อมประสานให้ใช้งานชั่วคราวได้ แต่ในกรณีที่รีเทนเนอร์แตกหักรุนแรง จะต้องทำการพิมพ์ปากใหม่ หรือสแกนฟัน 3 มิติ เพื่อส่งห้องปฏิบัติการทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ที่พอดีกับสภาพฟันในปัจจุบันมากที่สุด

ขั้นตอนที่ 4 การรับมือระหว่างรอรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่

ในระหว่างที่รอคลินิกผลิตรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลา 3 วันถึง 1 สัปดาห์ สิ่งที่ควรปฏิบัติคือการดูแลทำความสะอาดช่องปากให้หมดจด หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งหรือเหนียวจัด เพราะอาจสร้างแรงกระแทกที่กระตุ้นให้ฟันเคลื่อนตัวได้เร็วยิ่งขึ้น แม้ฟันอาจจะมีการขยับเล็กน้อยในช่วงที่ไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์ แต่เมื่อได้รับชิ้นใหม่ที่พิมพ์จากฐานฟันล่าสุด ทันตแพทย์จะทำการปรับแต่งเครื่องมือให้สามารถประคองฟันกลับมาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้

การทำความสะอาดรีเทนเนอร์ใสอย่างถูกวิธีด้วยแปรงสีฟันขนนุ่ม

เช็กจุดสังเกต เมื่อไรถึงเวลาต้องเปลี่ยนรีเทนเนอร์ใหม่

นอกเหนือจากอุบัติเหตุที่ทำให้รีเทนเนอร์แตกหักแล้ว รีเทนเนอร์ก็สามารถเสื่อมสภาพได้ และจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ตามดุลยพินิจของทันตแพทย์ โดยสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนชิ้นใหม่ มีดังนี้

  • รีเทนเนอร์หลวม หลุดออกได้ง่าย ดันด้วยลิ้นเบา ๆ ก็หลุด หรือในทางกลับกันคือใส่แล้วรู้สึกปวดตึงฟันมากผิดปกติ แสดงว่าโครงสร้างของเครื่องมือหรือตำแหน่งของฟันได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
  • การเกิดรอยร้าวขนาดเล็กบนฐานพลาสติกอะคริลิก หรือความหนาของเครื่องมือแบบใสที่บางลงจากการกัดเน้นฟัน จะทำให้ประสิทธิภาพในการล็อกฟันลดลง และเสี่ยงต่อการแตกหักง่าย
  • เมื่อใช้งานไปนาน ๆ อาจมีคราบแบคทีเรียหรือคราบหินปูนฝังแน่นในเนื้อรีเทนเนอร์ ทำให้เครื่องมือมีสีขุ่นเหลืองและมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดฟันผุและโรคเหงือกอักเสบได้
  • หากรีเทนเนอร์บิดเบี้ยวไปจากรูปทรงเดิม ไม่ว่าจะเกิดจากการเผลอใช้น้ำร้อนล้าง หรือการเก็บรักษาที่ไม่ถูกวิธี อาจทำให้ไม่สามารถสวมเข้ากับฟันได้แนบสนิทและจำเป็นต้องเปลี่ยนชิ้นใหม่

วิธีดูแลรักษารีเทนเนอร์ให้ใช้งานได้ยาวนาน

การดูแลรักษารีเทนเนอร์อย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหารีเทนเนอร์หักได้ โดยวิธีดูแลรีเทนเนอร์ที่ควรทำเป็นประจำ ได้แก่

  • ถอดและใส่อย่างถูกวิธี : ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวที่ฐานพลาสติกหรือลวดบริเวณฟันกรามทั้งสองข้างพร้อม ๆ กันเพื่อถอดออก ห้ามใช้ลิ้นดุน หรือใช้นิ้วงัดลวดเส้นหน้าเพียงจุดเดียว เพราะจะทำให้ลวดหักงอได้ง่าย ในขั้นตอนการใส่ ควรใช้นิ้วกดให้เครื่องมือแนบสนิทกับฟัน ห้ามใช้วิธีสวมหลวม ๆ แล้วกัดฟันกรามให้เครื่องมือลงล็อกเด็ดขาด เพราะแรงกัดจะทำให้พลาสติกแตกหักได้
  • ทำความสะอาดรีเทนเนอร์ด้วยสบู่หรือน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ : ทำความสะอาดเครื่องมือทุกครั้งหลังถอด โดยใช้แปรงสีฟันขนนุ่มพิเศษร่วมกับน้ำสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำยาล้างจาน หลีกเลี่ยงการใช้ยาสีฟัน เนื่องจากยาสีฟันส่วนใหญ่มีผงขัดฟันที่จะสร้างรอยขีดข่วนขนาดเล็กบนพื้นผิวพลาสติก ทำให้คราบแบคทีเรียฝังตัวได้ง่ายขึ้น
  • ห้ามใช้น้ำร้อนเด็ดขาด : วัสดุที่ใช้ทำรีเทนเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นอะคริลิกหรือพลาสติกใส ล้วนไวต่ออุณหภูมิสูง การนำไปแช่หรือล้างด้วยน้ำร้อน น้ำอุ่นจัด หรือวางทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดด จะทำให้วัสดุละลาย อ่อนตัว และเสียรูปทรงอย่างถาวร
  • เก็บในกล่องเสมอ : เมื่อต้องถอดรีเทนเนอร์เพื่อรับประทานอาหาร ควรล้างน้ำให้สะอาดและเก็บในกล่องตลับที่ระบายอากาศได้ดีเสมอ ห้ามห่อด้วยกระดาษทิชชูเด็ดขาด เพราะเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ  ที่ทำให้เผลอปัดตก ทิ้งลงถังขยะ หรือถูกทับจนแตกหักเสียหาย

อุบัติเหตุรีเทนเนอร์แตก หัก หรือชำรุด ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลจนเกินไป หากได้รับการดูแลและทำชิ้นใหม่ทดแทนอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันฟันเคลื่อน อีกทั้งการเลือกทำ “รีเทนเนอร์แบบใส” ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างมากในยุคนี้ ทั้งในเรื่องของความสวยงามที่มองแทบไม่เห็น ความใส่สบาย และประสิทธิภาพในการคงสภาพฟันได้ดีเยี่ยม

ที่ About Tooth Dental Clinic ทีมทันตแพทย์ของเรามีความชำนาญในการดูแลฟันหลังการจัดฟัน พร้อมนำเทคโนโลยีการสแกนฟัน 3 มิติมาใช้แทนการพิมพ์ปากด้วยวัสดุแบบเดิม ทำให้ได้รีเทนเนอร์ใสที่แนบสนิท แม่นยำ และพอดีกับโครงสร้างฟันเฉพาะบุคคล ช่วยล็อกตำแหน่งฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เราพร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหารีเทนเนอร์ชำรุดอย่างเร่งด่วน เพื่อให้คุณรักษาผลลัพธ์ของการจัดฟันและรอยยิ้มที่สวยงามไว้ได้อย่างมั่นใจในระยะยาว

สามารถนัดหมายเข้าพบทันตแพทย์เพื่อปรึกษา สแกนฟันทำรีเทนเนอร์ชิ้นใหม่ หรือประเมินสภาพช่องปากได้ที่คลินิกทันตกรรม About Tooth Dental เปิดให้บริการทั้งสาขาสยาม และสาขาปุณณวิถี  เดินทางสะดวก ติดรถไฟฟ้า BTS ทั้งสองแห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โทร 087-555-4665, 080-481-5555 หรือแอดไลน์มาคุยกับเราได้ที่ LINE OA : @abouttooth (มี @ ด้วย)

ข้อมูลอ้างอิง

Understanding Retainers: The Key to Maintaining Your Smile. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569. จาก https://aaoinfo.org/treatments/retainers/

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีเทนเนอร์แตก (FAQs)

Q: เผลอกลืนเศษรีเทนเนอร์หักเข้าไป เป็นอันตรายไหม ?

A: หากเป็นพลาสติกชิ้นเล็ก ร่างกายมักขับถ่ายออกมาได้เอง แต่หากเป็นชิ้นส่วนลวด มีความแหลมคม หรือมีอาการเจ็บคอและกลืนลำบาก ควรรีบพบแพทย์ทันที

Q: รีเทนเนอร์หักแค่ชิ้นบน ชิ้นล่างยังใส่ต่อได้ไหม?

A: ยังสามารถใส่รีเทนเนอร์ชิ้นที่ยังสมบูรณ์ต่อไปได้ตามปกติเพื่อประคองฟันกรามส่วนนั้นไว้ และให้รีบไปพิมพ์ปากเพื่อทำชิ้นที่ชำรุดใหม่โดยเร็วที่สุด

Q: รีเทนเนอร์แตกหัก มีรับประกันจากคลินิกหรือไม่ ?

A: ส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุ เช่น ทำตก นั่งทับ สัตว์เลี้ยงกัด แต่หากชำรุดจากความผิดพลาดของวัสดุในช่วงแรกที่ได้รับ บางคลินิกอาจมีเงื่อนไขเคลมให้ ควรสอบถามคลินิกโดยตรงอีกครั้ง

Q: ใส่รีเทนเนอร์แบบใสแล้วเสื่อมสภาพบ่อย สามารถเปลี่ยนไปทำรีเทนเนอร์แบบลวดแทนได้หรือไม่ ?

A: สามารถเปลี่ยนประเภทได้ โดยทันตแพทย์จะประเมินจากการสบฟันและพฤติกรรมการใช้งาน หากพบว่าคนไข้มีพฤติกรรมนอนกัดฟัน หรือมีแรงเคี้ยวบดที่ทำให้รีเทนเนอร์ใสแตกซ้ำ การเปลี่ยนมาใช้แบบลวดซึ่งมีฐานอะคริลิกที่หนาและโครงลวดที่แข็งแรงจะเหมาะสมกว่า ทั้งนี้ ควรพิจารณาทำรีเทนเนอร์ใสกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ได้รีเทนเนอร์ที่ทนทาน ใช้งานได้ปลอดภัยระยะยาว

ทพญ. ณิศรา ธนฤกษ์ชัย ทันตแพทย์ด้านทันตกรรมรากฟันเทียม ทันตกรรมจัดฟัน และเฉพาะทางด้านวีเนียร์ สำเร็จการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การทำงานยาวนานและได้รับประกาศนียบัตรทันตกรรมในหลายสาขา ได้แก่ ทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง ทันตกรรมรากเทียม ทันตกรรมจัดฟันขั้นสูง ประกาศนียบัตรวีเนียร์ Bootcamp และ Masterclass ตลอดจนใบรับรองผู้ให้บริการจัดฟันแบบใส Invisalign ระดับ Platinum Provider 2021 และ Zenyum ระดับ Star tier 2023

ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง About Tooth Dental Clinic ซึ่งได้รับรางวัล World Class Award 2021 สาขา The Best of International Healthy Business ตลอดจนดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกของสมาคมทันตกรรมรากเทียมแห่งประเทศไทย (TADI)