การรักษารากฟัน

รากฟัน

การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) คือวิธีการทางทันตกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากในการช่วยรักษาฟันซี่ที่เกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อในโพรงประสาทฟันและคลองรากฟัน ซึ่งมักเกิดจากฟันผุลึก ฟันแตก หรือได้รับการกระทบกระเทือน หากไม่ได้รับการรักษารากฟันอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การปวดฟันรุนแรง เกิดหนอง หรือจำเป็นต้องถอนฟันในที่สุด การเลือกเข้ารับการรักษารากฟันจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้สามารถเก็บฟันแท้ไว้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

รักษารากฟัน คืออะไร?

รักษารากฟัน คือกระบวนการที่ทันตแพทย์จะขจัดเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟันที่อักเสบหรือติดเชื้อออก จากนั้นทำความสะอาดคลองรากฟัน ใส่ยาฆ่าเชื้อ และอุดคลองรากฟันด้วยวัสดุเฉพาะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ ขั้นตอนนี้ช่วยให้ฟันซี่เดิมยังคงอยู่ในช่องปากและสามารถใช้งานได้ตามปกติ

ขั้นตอนรักษารากฟัน

  1. ตรวจวินิจฉัยและถ่าย X-ray ทันตแพทย์จะประเมินความเสียหายของโพรงประสาทฟันและรากฟัน
  2. ฉีดยาชาเฉพาะที่ เพื่อระงับความเจ็บปวดขณะทำหัตถการ
  3. เปิดโพรงฟัน เพื่อเข้าถึงและขจัดเนื้อเยื่อที่อักเสบหรือติดเชื้อออกจากคลองรากฟัน
  4. ทำความสะอาดคลองรากฟัน ด้วยเครื่องมือเฉพาะและน้ำยาฆ่าเชื้อ
  5. อุดคลองรากฟัน ด้วยวัสดุถาวรเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
  6. บูรณะฟัน ด้วยการอุดหรือทำครอบฟัน เพื่อคืนความแข็งแรงและรูปลักษณ์เดิม

อาการที่ควรพิจารณารักษารากฟัน

  • ปวดฟันรุนแรง โดยเฉพาะเวลาบดเคี้ยวหรือสัมผัสกับของร้อน/เย็น
  • ฟันเปลี่ยนสีคล้ำ เหงือกบวม หรือมีหนองบริเวณรากฟัน
  • ฟันผุทะลุโพรงประสาทจนเกิดอาการอักเสบ
  • อาการปวดฟันเรื้อรังที่ไม่หายแม้รับประทานยาแก้ปวด

หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจและวินิจฉัยว่าควรทำการรักษารากฟันหรือไม่

รากฟัน

รักษารากฟันเจ็บไหม?

หลายคนกังวลว่า รักษารากฟันจะเจ็บมากหรือไม่ แต่โดยทั่วไปทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนเริ่มรักษา ทำให้บริเวณฟันและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ชา ระหว่างทำจึงมักไม่รู้สึกเจ็บมาก แต่อาจรู้สึกถึงแรงกดหรือการทำงานของเครื่องมือได้บ้าง

ในบางครั้ง อาการปวดที่รู้สึกก่อนมารักษาอาจเกิดจากเนื้อเยื่อภายในฟันที่อักเสบหรือติดเชื้ออยู่แล้ว การรักษารากฟันจึงเป็นการกำจัดสาเหตุของการอักเสบและช่วยลดอาการปวด

หลังรักษาอาจมีอาการระบมหรือเสียวเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งโดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้น

รักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง?

จำนวนครั้งในการรักษารากฟัน ไม่เท่ากันทุกคน

โดยทั่วไปหลายเคสอาจใช้ประมาณ 1–2 นัด แต่บางเคสอาจต้องมากกว่านั้น หากมีการติดเชื้อมากหรือคลองรากฟันมีความซับซ้อน

จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • จำนวนคลองรากฟัน
  • รูปร่างของคลองราก
  • ระดับการอักเสบหรือติดเชื้อ
  • ตำแหน่งของฟัน
  • สภาพของฟันก่อนรักษา
  • จำเป็นต้องติดตามอาการระหว่างนัดหรือไม่

ดังนั้น จำนวนครั้งที่แน่นอนควรให้ทันตแพทย์ประเมินจากฟันซี่นั้นโดยตรง

รักษารากฟันแต่ละครั้งใช้เวลานานแค่ไหน?

โดยทั่วไป การรักษารากฟันแต่ละครั้งอาจใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที และบางเคสอาจใช้ประมาณ 1–2 ชั่วโมง

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของฟัน เช่น ฟันที่มีหลายคลองราก หรือมีการติดเชื้อมาก อาจใช้เวลาทำความสะอาดและรักษานานกว่าฟันที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน

จึงเป็นเรื่องปกติที่แต่ละคนจะใช้เวลารักษาไม่เท่ากัน

หลังรักษารากฟันปวดไหม?

หลังยาชาหมดฤทธิ์ บางคนอาจมีอาการ ระบม เสียว หรือเจ็บเวลากัด ได้ในช่วงแรก โดยเฉพาะถ้าฟันซี่นั้นมีการอักเสบมาก่อน

อาการเล็กน้อยในช่วงไม่กี่วันแรกสามารถเกิดขึ้นได้ และควรค่อย ๆ ดีขึ้น

ควรกลับมาพบทันตแพทย์หากมีอาการ เช่น

  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปวดตุบ ๆ รุนแรง
  • เหงือกหรือใบหน้าบวม
  • มีไข้
  • วัสดุอุดชั่วคราวหลุด
  • เจ็บเวลากัดต่อเนื่องผิดปกติ

หากมีอาการเหล่านี้ ควรให้ทันตแพทย์ตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ

รักษารากฟันแล้วต้องครอบฟันไหม?

ไม่จำเป็นต้องครอบฟันทุกซี่หลังรักษาราก

หลังรักษารากฟัน ทันตแพทย์จะประเมินว่าควรบูรณะด้วยการอุดฟันหรือทำครอบฟัน โดยดูจากสภาพของฟันแต่ละซี่ เช่น

  • ฟันเหลือเนื้อฟันมากน้อยแค่ไหน
  • มีรอยแตกหรือร้าวหรือไม่
  • ฟันซี่นั้นรับแรงบดเคี้ยวมากหรือไม่
  • เป็นฟันหน้าหรือฟันกราม
  • มีวัสดุอุดเดิมขนาดใหญ่หรือไม่

หากฟันสูญเสียเนื้อฟันไปมาก โดยเฉพาะฟันกรามที่ต้องรับแรงบดเคี้ยวสูง ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำ ครอบฟัน (Dental Crown) เพื่อช่วยปกป้องฟันและลดความเสี่ยงที่ฟันจะแตก

เมื่อไหร่ควรรีบพบทันตแพทย์?

ไม่ควรรอจนปวดฟันมาก เพราะปัญหาภายในโพรงประสาทฟันบางครั้งอาจเกิดขึ้นโดยที่อาการยังไม่ชัดเจน

ควรเข้าพบทันตแพทย์หากมีอาการ เช่น

  • ปวดฟันต่อเนื่อง
  • ปวดมากเวลาเคี้ยวหรือกัด
  • เสียวร้อนหรือเย็นนานผิดปกติ
  • เหงือกบวม
  • มีตุ่มหรือหนองบริเวณเหงือก
  • ฟันเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
  • ฟันแตกหรือได้รับแรงกระแทก
  • ฟันผุลึก
  • ใบหน้าหรือขากรรไกรบวม

อาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าต้องรักษารากฟันทุกกรณี แต่เป็นสัญญาณว่าควรเข้ารับการตรวจ เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ข้อดีของการรักษารากฟัน

  • ช่วยรักษาฟันแท้ให้อยู่กับเราได้นานขึ้น
  • ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในช่องปาก
  • ไม่จำเป็นต้องถอนฟันและใส่ฟันปลอม
  • คงประสิทธิภาพการบดเคี้ยวและรูปลักษณ์ของฟันเดิม

การดูแลหลังรักษารากฟัน

หลังจากทำการรักษารากฟัน ควรดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเคร่งครัด เช่น แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน และหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งในช่วงแรก รวมถึงมาพบทันตแพทย์ตามนัด หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวด บวม หรือวัสดุอุดหลุด ควรรีบปรึกษาทันตแพทย์ทันที

การรักษารากฟันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาฟันแท้ ลดความเสี่ยงของการสูญเสียฟัน และช่วยให้ฟันกลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ หากมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าต้องรักษารากฟัน ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม

หากคุณมีอาการปวดฟัน ฟันผุลึก หรือสงสัยว่าต้องเข้ารับการรักษารากฟัน สามารถติดต่อเราได้ที่ About Tooth Dental เรามีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษารากฟันโดยเฉพาะ พร้อมให้บริการตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ไปจนถึงขั้นตอนการรักษารากฟันอย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีและมาตรฐานที่ทันสมัย อย่าปล่อยให้ปัญหาฟันอักเสบหรือปวดฟันรบกวนสุขภาพช่องปากและคุณภาพชีวิตของคุณ เข้ามาปรึกษากับเราเพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษารากฟันที่เหมาะสม คืนความแข็งแรงและการใช้งานที่ดีให้กับฟันของคุณ นัดหมายวันนี้เพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ!

หากสนใจสามารถนัดเข้ามาปรึกษาปัญหากับทันตแพทย์ เพื่อหาแนวทางการรักษาได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 080-481-5555 และ LINE : @abouttooth (มี @ ด้วย) หรือช่องทางติดต่ออื่น ๆ ของคลินิก About Tooth DentalAppointment-line

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การรักษารากฟัน

ก่อนที่จะเข้ารับการใส่รากฟันเทียม ควรต้องรู้อะไรบ้าง

แหล่งอ้างอิง

  1. Root Canal Treatment. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 จาก https://www.aae.org/patients/root-canal-treatment/

  2. Root Canal Explained. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569. จาก https://www.aae.org/patients/root-canal-treatment/what-is-a-root-canal/root-canal-explained/ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษารากฟัน (FAQs)

Q: รักษารากฟันเจ็บไหม?

ระหว่างรักษาจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ จึงโดยทั่วไปไม่ควรรู้สึกเจ็บมาก แต่อาจรู้สึกถึงแรงกดระหว่างทำ และอาจมีอาการระบมหลังยาชาหมดฤทธิ์ในช่วงสั้น ๆ

Q: รักษารากฟันต้องทำกี่ครั้ง?

หลายเคสสามารถรักษาได้ประมาณ 1–2 นัด แต่บางกรณีอาจต้องมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฟัน ความซับซ้อนของคลองราก และระดับการติดเชื้อ

Q: รักษารากฟันแต่ละครั้งใช้เวลานานไหม?

โดยทั่วไปอาจใช้ประมาณ 60–90 นาทีต่อครั้ง และบางกรณีอาจใช้ประมาณ 1–2 ชั่วโมงหรือมากกว่า ตามความซับซ้อนของฟัน

Q: หลังรักษารากฟันปวดกี่วัน?

อาจมีอาการระบมหรือเจ็บเล็กน้อยในช่วงไม่กี่วันแรก และควรค่อย ๆ ดีขึ้น หากปวดมากขึ้น มีอาการบวม หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรติดต่อทันตแพทย์ 

Q: รักษารากฟันแล้วต้องครอบฟันทุกซี่ไหม?

ไม่จำเป็นทุกซี่ การบูรณะหลังรักษารากอาจเป็นการอุดหรือครอบฟัน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฟัน ปริมาณเนื้อฟันที่เหลือ และการประเมินของทันตแพทย์

Q: ฟันไม่ปวดแล้ว ยังต้องรักษารากไหม?

การที่อาการปวดลดลงไม่ได้ยืนยันว่าการอักเสบหรือติดเชื้อภายในฟันหายแล้ว หากทันตแพทย์วินิจฉัยว่ามีปัญหาที่โพรงประสาทหรือคลองราก ควรรักษาตามแผนให้ครบ

Q: ฟันผุลึกทุกซี่ต้องรักษารากไหม?

ไม่เสมอไป ต้องประเมินว่าฟันผุลึกถึงโพรงประสาทหรือทำให้เนื้อเยื่อภายในฟันเสียหายหรือไม่ หากยังสามารถรักษาด้วยการอุดหรือวิธีอื่นได้ ทันตแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม

 

ทพญ. ณิศรา ธนฤกษ์ชัย ทันตแพทย์ด้านทันตกรรมรากฟันเทียม ทันตกรรมจัดฟัน และเฉพาะทางด้านวีเนียร์ สำเร็จการศึกษาจากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การทำงานยาวนานและได้รับประกาศนียบัตรทันตกรรมในหลายสาขา ได้แก่ ทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง ทันตกรรมรากเทียม ทันตกรรมจัดฟันขั้นสูง ประกาศนียบัตรวีเนียร์ Bootcamp และ Masterclass ตลอดจนใบรับรองผู้ให้บริการจัดฟันแบบใส Invisalign ระดับ Platinum Provider 2021 และ Zenyum ระดับ Star tier 2023

ปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้ง About Tooth Dental Clinic ซึ่งได้รับรางวัล World Class Award 2021 สาขา The Best of International Healthy Business ตลอดจนดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกของสมาคมทันตกรรมรากเทียมแห่งประเทศไทย (TADI)